สินค้า ฟอรั่ม โมกุเม่ กาเน่ ประวัติความเป็นมาของ โมกุเม่ กาเน่ 木目金 (Mokume Gane)

กระทู้นี้ประกอบด้วย 0 ข้อความตอบกลับ มี 1 เสียง และอัปเดตครั้งสุดท้ายโดย  Admin 1 ปี, 6 เดือน มาแล้ว

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)
  • ผู้เขียน
    ข้อความ
  • #131

    Admin
    Keymaster

    โมกุเม่ กาเน่
    木目金
    (Mokume Gane)

     

    ประวัติความเป็นมาของ โมกุเม่ กาเน่

    โมกุเม่ กาเน่ (Mokume Gane) ภาษาญี่ปุ่นว่า 木目金 มาจาก Moku แปลว่าไม้  me แปลว่าตา  และ Gane แปลว่าโลหะมีค่า  ซึ่งในความหมายของ โมกุเม่ กาเน่ คือ โลหะมีค่าที่มีลวดลายตาไม้ และในภาษาไทยจะเรียก โลหะลายไม้  โมกุเม่ กาเน่ เป็นเทคนิคในการผลิตลวดลายโลหะ ที่เกิดจากการผสานโลหะตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป โดยโลหะที่นำมาผลินนั้นจะเป็นโลหะที่สามารถเชื่อมผสานกันด้วยตัวของเนื้อโลหะที่นำมาผลิตเอง  ด้วยกระบวนการแพร่เข้าหากันระหว่างเนื้อโลหะทั้ง 2 ชนิดในสถานะของแข็ง โดยไม่ได้ใช้โลหะผสานชนิดอื่นมาเชื่อมติด ในกระบวนการผลติ จะนำโลหะไปอบในอุณหภูมิสูง แต่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลว ภายใต้ความดัน โดยปราศจากโลหะประสาน   เมื่อโลหะถูกอบติดกันเป็นก้อน โมกุเม่ กาเน่ แล้วนำไปลดขนาดด้วยการทุบ ตี กด และใช้กระบวนการตัด ขุด เจาะ บิด ทุบ ตอก ถาก แล้วนำไปขยายลวดลาย โดยการเคาะ ตี ขึ้นรูป หรือรีดขยาย เพื่อให้ลวดลายให้ชัดเจนขึ้น  โดยลวดลายของ โมกุเม่ กาเน่ เกิดจาก ความแตกต่างของสี  และคุณสมบัติชองเนื้อโลหะนั้นๆ

    Hamano_Masanobu_-_Tsuba_with_a_Hawk_and_a_Sparrow_-_Walters_51381

    ภาพประกอบที่ 1 ซึบะหรือกำบัง รูปเหยี่ยวกับนกกระจอก
    Hamano Masanobu – Tsuba with a Hawk and a Sparrow – Walters Art Museum 51381  https://en.wikipedia.org/wiki/Mokume-gane

    Mokume Gane เริ่มประยุกต์เทคนิคการผลิต มาจากการผลิตดาบซามูไรในช่วง ค.ศ. 1700 ในญี่ปุ่น มีการผสมผสานโลหะเพื่อใช้ในการผลิตดาบตั้งแต่สมัยเมจิ (Meiji) ในยุคที่การใช้ดาบในญึ่ปุ่นเสื่อมถอยความนิยม  ธุรกิจการตีดาบจึงไม่ได้ผลิตดาบเพื่อใช้ในการสู้รบ แต่เพียงเพื่อการประดับตกแต่งและแสดงฐานะของชนชั้นขุนนางเท่านั้น  นักประดิษฐ์ชื่อ Denbei Shoami (1651–1728) ได้ผลิตสินค้าขึ้นใหม่ในชื่อ Guri  Bori จาก รูปแบบ Guri อย่างง่าย  ที่มาอื่นๆ เชื่อว่าชื่อมาจาก  kasumi-uchi (cloud metal), itame-gane (wood-grain metal) และ yosefuki ในการผลิตดั้งเดิม จะใช้โลหะและอัลลอยด์ที่ไม่แข็ง  ได้แก่ ทอง, ทองแดง, เงิน, Shakudo, Shibuishi  และ Kuromido  ที่ผสานติดกันด้วย การแพร่ที่อุณหภูมิสูงแต่ต่ำกว่าจุดหลอมเหลว  โดยทำให้โลหะทั้งสองชนิดติดกันในสถานะของแข็งด้วยกระบวนการแพร่ระหว่างชั้นโลหะ

    JapanSword1

    ภาพประกอบที่ 2 ดาบญี่ปุ่น (日本刀 nihonto)
    เรื่องโดย : เต็ง  http://www.marumura.com/culture/?id=2504

    จากการสืบค้น  ยังพบมีการตีเหล็กที่ใช้เทคนิคการผลิตที่ทำให้เกิดลวดลายที่ใกล้เคียงกับ Mokume gane คือ เทคนิคการทำมีด Damascus Steel ที่ตีเหล็ก 2 ชนิดเข้าด้วยกันเช่นกัน  แต่ยังไม่สามารถหาประวัติความเชื่อมโยงว่ามีการเชื่อมโยงกันอย่างไร  โดย Damascus Steel  เป็นชื่อเรียกเหล็กชนิดหนึ่งที่มีลวดลายอยู่ในเนื้อเหล็ก ได้รับความนิยมและใช้อย่างแพร่หลายในตะวันออกกลาง  โดยเหล็ก Damascus มีต้นกำเนิดมาจากเหล็ก Wootz Steel ที่เกิดในอินเดียเมื่อ 300 ปีก่อนคริสตกาล  โดยต่อมาประเทศในแถบเปอร์เซียได้มีการนำเข้าก้อนเหล็ก Wootz Steel จากประเทศอินเดีย  และศรีลังกา  ในช่วง ค.ศ.300-1700 เพื่อใช้ในการทำมีด หรือดาบ และเป็นที่รู้กันดีว่า ดาบหรือมีดที่ใช้เหล็ก Damascus Steel นั้นจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ลวดลายของเหล็ก พลิ้วไหวดูแล้วคล้ายสายน้ำไหล  แต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ  มีความคม และเหนียว จากการใช้เหล็กทั้งชนิดที่มีคาร์บอนสูงที่มีความแข็งตีรวมกับเหล็กเหนียว ซึ่งนอกจากที่จะทำให้มีดหรือดาบมีทั้งความแข็ง และคมกริบแล้ว ยังมีความยืดหยุ่นสูงด้วย เป็นการรวมเอาทั้งสองคุณลักษณะเด่นที่ดาบหรือมีดที่ดีควรจะมีเข้าด้วยกัน โดยกระบวนการผลิตจะใช้การซ้อนเหล็ก 2 ชนิดทับกันเป็นชั้นๆ แล้วนำไปเผาที่อุณหภูมิสูงมาก จนเหล็กทั้ง 2 ชนิดติดกัน แล้วนำมาตีทับไปทับมา จนได้ก้อนเหล็กที่มีจำนวนชั้นที่ซ้อนกันหลายชั้น จากนั้นจึงทำลวดลายบนเหล็กด้วยการทุบ ตะไบ เฉือน และเจาะ  เมื่อลับออกมาเป็นดาบหรือมีด ก็จะเกิดลายพริ้วไหวเหมือนสายน้ำที่เป็นเอกลักษณ์ในเนื้อมีดหรือดาบนั้น

    ในการผลิต โมกุเม่ กาเน่ ยุคใหม่  จะใช้ผลิตโดยการเพิ่มแรงบีบอัดสูงกับก้อนโลหะ  ทำให้สามารถผลิตร่วมกับโลหะอื่นที่นอกเหนือจากโลหะแบบดั้งเดิม  เช่น Titanium, Platinium, เหล็ก, Bronze, ทองเหลือง, Nickel Silver และ ทองK สีต่างๆ  ได้ดีพอๆ กับโลหะเงิน และทองแดง  สำหรับการผลิตเครื่องประดับด้วยเทคนิค โมกุเม่ กาเน่ สามารถจำแนกรูปแบบคร่าวๆ จากการเตรียมลวดลายได้ใน 2 รูปแบบ คือ โมกุเม่ กาเน่ แบบดั้งเดิม และ โมกุเม่ กาเน่ แบบแผ่นรีด โดยวิธีการผลิต โมกุเม่ กาเน่ แบบดั้งเดิม จะมีกระบวนการทำให้เกิดขึ้นลวดลาย ทั้งก่อน และในระหว่างขั้นตอนการขึ้นรูปเครื่องประดับ โดยไม่มีการเตรียมลวดลายที่สมบูรณ์ไว้ก่อน และเมื่อผ่านกระบวนการในแต่ละขั้นตอน ลวดลายก็จะเปลี่ยนไปตามขั้น หรือเนื้อโลหะที่หายไป พร้อมกับการตกแต่งผิวเครื่องประดับ ซึ่งต้องใช้ทักษะ ความชำนาญ และจิตนาการเป็นอย่างมาก ส่วนการผลิต โมกุเม่ กาเน่ แบบแผ่นรีด จะมีการเตรียมลาย โมกุเม่ กาเน่ ไว้ใกล้เรียบร้อย หรืออาจจะเตรียมไว้เรียบร้อยก่อนการนำไปผลิตเป็นเครื่องประดับ แล้วรีดเป็นแผ่นที่มีความหนาตามต้องการ ก่อนนำไปประกอบเข้ากับตัวเรือนเครื่องประดับ  แต่อย่างไรก็ดี ในการผลิตลวดลายที่หลากหลายผู้ผลิตอาจจะใช้หลากหลายเทคนิคในการผลิต หรือผสมผสานกัน  ซึ่งจะทำให้ได้ลวดลายที่แปลกใหม่  และน่าสนใจมากขึ้น  ผู้สนใจในการผลิตลวดลาย โมกุเม่ กาเน่ จึงควรศึกษาวิธีการที่หลากหลาย เพื่อการประยุกต์ใช้ในการผลิตลวดลาย

    เนื่องจากการผลิตแผ่นโลหะลายไม้ เพื่อใช้ในการทำเครื่องประดับ ยังไม่มีความหลากหลายมาก  และการผสานกันระหว่างชั้นโลหะ ไม่แข็งแรง หรือ ไม่สมบูรณ์  ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายในระหว่างขั้นตอนการผลิตเครื่องประดับมาก  รูปแบบของสินค้าที่นำไปประยุกต์ใช้จึงมีไม่มาก โดยที่นิยมผลิตในปัจจุบัน  ได้แก่ แหวนทรงปลอกมีด  เครื่องประดับที่ไม่จำเป็นต้องมีการเชื่อม  หรือการเผาไฟอีก  เป็นต้น  ซึ่งหากท่านได้เคยทดลองทำ โมกุเม่ กาเน่ จะทราบถึงปัญหา ที่เกิดขึ้นจากการควบคุมคุณภาพของก้อนโลหะ  และแผ่นลาย  ซึ่งส่วนใหญ่จะทราบปัญหาในขั้นตอนสุดท้าย  ที่ในระหว่างขั้นตอนการประกอบเป็นตัวเรือนเครื่องประดับ จำเป็นต้องใช้ไฟในการเชื่อม  แล้วเกิดการหลอมละลายของชั้นลาย  หรือฟองก๊าซ  แล้วสร้างความเสียหายให้กับเครื่องประดับ  จนเกิดต้นทุนสูญเสียจำนวนมาก

    เขียนและเรียบเรียงโดย
    พ้อง สมิทธี (Ponk Smithi)
    Mokume Gane Sci-Artist

กำลังดู 1 ข้อความ - 1 ผ่านทาง 1 (ของทั้งหมด 1)

คุณต้องเข้าสู่ระบบเพื่อตอบกลับกระทู้นี้